
พะยูน…มากกว่าสัตว์ทะเลน่ารัก คือสัญญาณของความสมบูรณ์ของทะเลไทย
เมื่อกล่าวถึง “พะยูน” หลายคนอาจนึกถึงสัตว์ทะเลรูปร่างอ้วนกลมที่ว่ายน้ำอย่างเชื่องช้าและกินหญ้าทะเลอยู่ตามชายฝั่ง แต่ในความเป็นจริง พะยูนมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลมากกว่านั้น เพราะพะยูนเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลหายากของประเทศไทย และยังทำหน้าที่เป็น ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณแหล่งหญ้าทะเล
พะยูนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dugong dugon (Müller, 1776) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ดำรงชีวิตอยู่ในทะเล และเป็นพะยูนเพียงชนิดเดียวที่พบในประเทศไทย แตกต่างจาก “มานาที (Manatee)” ซึ่งมีหางลักษณะกลมและอยู่ในวงศ์ Trichechidae โดยไม่พบมานาทีในประเทศไทย
ปัจจุบันพะยูนยังคงเป็นสัตว์ที่ต้องได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างจริงจัง เพราะแม้จะมีสัญญาณที่ดีจากการพบประชากรในหลายพื้นที่ แต่พะยูนยังเผชิญกับปัญหาหญ้าทะเลเสื่อมโทรม การขาดแหล่งอาหาร เครื่องมือประมง และกิจกรรมทางน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต

พะยูนคือสัตว์อะไร?
พะยูนมีลำตัวรูปกระสวยคล้ายโลมา ผิวหนังมีสีเทาอมชมพูหรือน้ำตาลเทา ส่วนท้องมีสีอ่อนกว่า มีขนสั้น ๆ กระจายอยู่ทั่วลำตัว และมีขนเส้นใหญ่บริเวณปากเพื่อช่วยในการรับสัมผัสและหาอาหาร
พะยูนมีครีบคู่หน้า 1 คู่ และมีหางเป็นแฉกคล้ายหางปลาโลมา ลักษณะดังกล่าวเป็นจุดสังเกตสำคัญที่ช่วยแยกพะยูนออกจากมานาที
พะยูนสามารถมีความยาวได้ประมาณ 3.3 เมตร และมีน้ำหนักสูงสุดประมาณ 400 กิโลกรัม ขณะที่ข้อมูลจากประเทศไทยพบตัวที่มีความยาวมากถึง 2.87 เมตร และน้ำหนักประมาณ 358 กิโลกรัม
พะยูนเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาวประมาณ 70 ปี เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 9–10 ปี ใช้เวลาตั้งท้องนานประมาณ 13–14 เดือน และโดยทั่วไปออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกพะยูนจะได้รับการดูแลจากแม่เป็นเวลาประมาณ 2 ปี จึงสะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มจำนวนประชากรพะยูนตามธรรมชาติต้องใช้เวลานาน




“หญ้าทะเล” บ้านและอาหารของพะยูน
สิ่งที่เชื่อมโยงพะยูนเข้ากับระบบนิเวศชายฝั่งอย่างแยกจากกันไม่ได้ คือ หญ้าทะเล
พะยูนดำรงชีวิตอยู่บริเวณชายฝั่งที่มีแหล่งหญ้าทะเล และหญ้าทะเลเป็นอาหารหลักของพะยูน โดยพะยูนในธรรมชาติสามารถกินอาหารประมาณ 3–5% ของน้ำหนักตัวต่อวัน
การหากินของพะยูนยังสามารถทิ้งร่องรอยเป็นแนวยาวคดเคี้ยวบนพื้นหญ้าทะเล ซึ่งนักวิจัยสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการสำรวจการใช้พื้นที่ของพะยูนได้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเคยสำรวจพบพะยูนเข้ามาหากินบริเวณแหล่งหญ้าทะเลที่ประกอบด้วยหญ้ากุยช่ายเข็ม หญ้ากุยช่ายทะเล และหญ้าใบมะกรูด
ดังนั้น เมื่อแหล่งหญ้าทะเลมีความสมบูรณ์ พะยูนก็มีโอกาสมีอาหารเพียงพอและสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาศัยได้ แต่หากหญ้าทะเลเสื่อมโทรมหรือพื้นที่แหล่งอาหารลดลง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของพะยูน

พะยูนพบที่ไหนในประเทศไทย?
พะยูนมีการแพร่กระจายอยู่ทั้งฝั่ง อ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยพื้นที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต สตูล ระนอง ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และปัตตานี เป็นต้น
จังหวัดตรังถือเป็นพื้นที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นแหล่งประชากรพะยูนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยบริเวณเกาะลิบงและเกาะมุกด์เป็นพื้นที่ที่มีการติดตามประชากรพะยูนมาอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การสำรวจในปีงบประมาณ 2565 พบพะยูนในประเทศไทยประมาณ 273 ตัว แบ่งเป็นฝั่งอ่าวไทยประมาณ 31 ตัว และฝั่งทะเลอันดามันประมาณ 242 ตัว โดยจังหวัดตรังเป็นพื้นที่ที่มีประชากรพะยูนมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น ผลการสำรวจของปีงบประมาณ 2565 ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นจำนวนประชากรพะยูนทั้งหมดในประเทศไทย ณ ปีปัจจุบัน เนื่องจากการสำรวจในแต่ละปีอาจใช้พื้นที่ วิธีการ และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
สถานการณ์พะยูนไทย: มีสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องเฝ้าระวัง
ข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแสดงให้เห็นว่า ประชากรพะยูนไทยเคยมีแนวโน้มลดลงในช่วงปี 2550–2557 ก่อนที่จะเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงต่อมา โดยจำนวนที่สำรวจได้เพิ่มจากประมาณ 200 ตัวในปี 2557 เป็นประมาณ 261 ตัวในปี 2562 และประมาณ 273 ตัวในปีงบประมาณ 2565
แต่ “จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น” ไม่ได้หมายความว่าปัญหาของพะยูนหมดไป
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรายงานในปี 2568 ว่า เมื่อพิจารณาสถานการณ์การตายของพะยูนในช่วงปี 2562–2568 พบว่า เกือบ 3 ใน 4 ของการตายเกี่ยวข้องกับการป่วยและการขาดอาหาร ขณะที่ประมาณ 1 ใน 4 เกี่ยวข้องกับเครื่องมือประมงและการสัญจรทางน้ำ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์พะยูนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการดูแลตัวสัตว์และการฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะแหล่งหญ้าทะเล


ภัยคุกคามต่อพะยูนไม่ได้มีเพียง “การล่า”
ภัยคุกคามต่อพะยูนในประเทศไทยมีหลายด้าน ได้แก่
- หญ้าทะเลเสื่อมโทรมและแหล่งอาหารลดลง
เมื่อแหล่งหญ้าทะเลลดลง พะยูนอาจได้รับอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลต่อสภาพร่างกายและความสามารถในการดำรงชีวิต - เครื่องมือประมง
อวนและเครื่องมือประมงบางประเภทสามารถทำให้พะยูนติดพันหรือได้รับบาดเจ็บ และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง - การสัญจรทางน้ำ
การเดินเรือในพื้นที่ที่พะยูนอาศัยอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนและการบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณแหล่งหญ้าทะเลใกล้ชายฝั่ง - ขยะทะเลและกิจกรรมของมนุษย์
ข้อมูลของ ทช. ปี 2566 พบพะยูน 9 ตัวได้รับผลกระทบจากขยะทะเล โดยทั้งหมดเป็นกรณีที่พบขยะในระบบทางเดินอาหาร
ด้วยเหตุนี้ การอนุรักษ์พะยูนจึงไม่ใช่เพียงการ “ช่วยพะยูน” แต่หมายถึงการรักษาทั้งระบบนิเวศที่พะยูนอาศัย ตั้งแต่คุณภาพน้ำ แหล่งหญ้าทะเล การประมง ไปจนถึงการจัดการขยะและการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งอย่างเหมาะสม

พะยูนกับ “วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ” 17 สิงหาคม
วันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี คือ วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ
ที่มาของวันนี้เชื่อมโยงกับเรื่องราวของ “มาเรียม” ลูกพะยูนเพศเมียที่เกยตื้นและได้รับการดูแลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ต่อมา “ยามีล” ลูกพะยูนเพศผู้ก็เสียชีวิตในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนทั่วประเทศตระหนักถึงความสำคัญของพะยูนและปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลมากขึ้น และนำไปสู่การกำหนดวันที่ 17 สิงหาคมเป็นวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ
วันสำคัญนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงเพื่อระลึกถึงพะยูนที่จากไป แต่เป็นโอกาสให้ทุกคนกลับมาตระหนักว่า การรักษาพะยูนเริ่มต้นจากการรักษาทะเลที่พะยูนใช้ชีวิตอยู่
เราทุกคนช่วยอนุรักษ์พะยูนได้อย่างไร?
การอนุรักษ์พะยูนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการทำงานขนาดใหญ่ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ เช่น
- ลดการใช้พลาสติกและไม่ทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำหรือทะเล
- ไม่ซื้อ ไม่ครอบครอง และไม่สนับสนุนการค้าซากหรือชิ้นส่วนของพะยูน
- หากทำกิจกรรมทางทะเล ควรลดความเร็วเรือและเพิ่มความระมัดระวังในบริเวณที่เป็นแหล่งอาศัยของพะยูน
- สนับสนุนการประมงที่เป็นมิตรต่อสัตว์ทะเล
- ไม่รบกวนหรือไล่ตามพะยูนเพื่อถ่ายภาพ
- สนับสนุนการฟื้นฟูและอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล
- หากพบพะยูนเกยตื้น บาดเจ็บ หรือมีเครื่องมือประมงพันตัว ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนการเข้าไปช่วยเหลือด้วยตนเอง
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังขอความร่วมมือประชาชนในการแจ้งเหตุเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก รวมถึงกรณีพบพะยูนเจ็บป่วยหรือเกยตื้น ผ่าน สายด่วน 1362
เพราะการรักษาพะยูน คือการรักษาทะเลไทย
พะยูนอาจเป็นเพียงสัตว์หนึ่งชนิดในมหาสมุทร แต่การดำรงอยู่ของพะยูนสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ทะเล แหล่งหญ้าทะเล ชุมชนชายฝั่ง และกิจกรรมของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน
หากทะเลยังมีหญ้าทะเลที่สมบูรณ์ พะยูนก็ยังมีแหล่งอาหาร หากพื้นที่ชายฝั่งได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม พะยูนก็มีโอกาสใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และหากทุกภาคส่วนร่วมกันลดภัยคุกคามจากเครื่องมือประมง การเดินเรือ ขยะทะเล และการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย โอกาสในการรักษาประชากรพะยูนของประเทศไทยให้คงอยู่ต่อไปก็จะเพิ่มขึ้น
“รักษาพะยูน ไม่ใช่เพียงเพื่อให้พะยูนอยู่รอด แต่เพื่อให้ระบบนิเวศทางทะเลไทยยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป”
ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Theerasak Saksritawee
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง – ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง: พะยูนและสถานภาพพะยูน ปี พ.ศ. 2565
ข้อมูลประชากรประมาณ 273 ตัว และการกระจายตัวในอ่าวไทยและอันดามัน
ข้อมูลสถานภาพพะยูน ปี พ.ศ. 2565 – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง – สถานภาพของพะยูนในประเทศไทย
ข้อมูลด้านชีววิทยา ขนาด อาหาร ถิ่นอาศัย พฤติกรรม และการแพร่กระจายของพะยูน
ฐานข้อมูลพะยูน – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง – แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ
ข้อมูลแนวทางและยุทธศาสตร์การอนุรักษ์พะยูนและถิ่นที่อยู่อาศัย
แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง – วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ
ข้อมูลความเป็นมาและความสำคัญของวันที่ 17 สิงหาคม
สารเนื่องในวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง – พะยูน สัตว์ทะเลหายาก สมบัติล้ำค่าคู่ทะเลไทย
ข้อมูลสถานการณ์ภัยคุกคามพะยูนในช่วงปี 2562–2568 และแนวทางการคุ้มครอง
สถานการณ์พะยูนและภัยคุกคาม – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง – พะยูนที่พบในประเทศไทยมีเพียงชนิดเดียวคือ Dugong
ข้อมูลอนุกรมวิธานและความแตกต่างระหว่างพะยูนกับมานาที
พะยูนที่พบในประเทศไทยมีเพียงชนิดเดียวคือ Dugong – DMCR
Fanpage : อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร/พะยูน


