การเสวนา “การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558

13/05/2015

 

        อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ได้จัดกิจกรรมงานเสวนาในหัวข้อ "การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" ในวันที่ 3 เมษายน 2558 ณ ศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยการจัดเสวนาฯ ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช รวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          ในงานประกอบไปด้วยการเสวนาฯ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร. วีระชัย ณ นคร (ที่ปรึกษาด้านพฤกษศาสตร์และสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) อาจารย์บุหลง ศรีกนก (ผู้เขียนบทรายการจดหมายเหตุกรุงศรีและอาจารย์พิเศษโรงเรียนนายร้อย จปร.) รศ.ดร. ดวงใจ สุขเฉลิม (ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ร่วมด้วย ดร. สนใจ หะวานนท์ (รองผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร) และได้รับเกียรติดำเนินรายการโดย นางนิศากร โฆษิตรัตน์ (อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ในงานเสวนาฯ ยังได้มีการนำเสนอแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) จากหลายหน่วยงาน เช่น มูลนิธิโลกสีเขียว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โครงการสวนสมเด้จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการให้ข้อเสนอแนะกันอย่างกว้างขวาง เช่น โครงการธนาคารต้นไม้ เป็นต้น

 

  

 

          นอกจากนี้ ได้มีการออกพื้นที่นำชมและศึกษาต้นโกงกางลูกผสม ซึ่งค้นพบในเดือนมีนาคม 2558 โดย ดร. สนใจ หะวานนท์ ณ สวนป่าชายเลนทูลกระหม่อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ในการเสวนาฯ ดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจากสถาบันการศึกษาต่างๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มูลนิธิฯ ชุมชนในท้องถิ่นและ ทสม. รวมประมาณ 150 คน